วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552

80 วิธี ค้นหาแฟนตัวจริง ภาค2

11. ไม่ขี้งอน อย่าลืมว่ายังอยู่ในช่วงดูนิสัยกันอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเขาจะพูดถึงเรื่องในกลุ่มเพื่อนๆ เขา หรือชมผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าอย่าหัวเสีย ถือซะว่าสิ่งที่เขาพูดหรือกระทำออกมา เราเก็บข้อมูลให้หมด จะได้รู้ว่าเขาชอบอะไร แบบไหน ถ้าจะงอน ขอแค่เล็กๆ พอแล้ว
อย่างเขาหันไปมองผู้หญิงคนอื่น สาวๆ อาจจะแกล้งเอื้อมมือไปจับหน้าเขาเบาๆ ให้หันมามองเรา แล้วยิ้มทะเล้นๆ ทำตาเจ้าเล่ห์ ให้เขารู้สึกว่า "ฉันรู้นะยะว่าเธอคิดอะไรอยู่"

12. ไม่บ่น ข้อนี้ได้รับการโหวตจากหนุ่มๆ มากที่สุดเลยนะ ขอบอก... เหตุผลเพราะหนุ่มๆ เขาไม่ชอบให้สาวๆ ไปเปลี่ยนแปลงความเป็นเขามากไป
ตอนปิ๊งกันใหม่ๆ อะไรก็น่ารักไปหมด สักพักสาวๆ จะเริ่มวุ่นวายกับการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวของหนุ่มๆ (เอ...แล้วตอนคบกันใหม่ๆ ทำไมรับเขาได้ล่ะ เรื่องแต่งตัวน่ะ) ดูแลห่างๆ ดีกว่ามั้ง?
ปกคอเสื้อถ้าดูไม่เรียบร้อย ก็เอามือจับลงให้ก็พอ
หรือถ้าอยากเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง การแต่งตัวบางครั้งของเขา บอกแบบมีเทคนิคนิดนึง ประมาณว่าถ้าเขาใส่แบบนี้หรือนิสัยแบบนี้ คงน่ารักขึ้นเยอะแน่ๆ (ผู้ชาย!! บ้ายอเกือบทุกคนน่ะแหล่ะ...ตะล่อมหน่อย ขึ้คร้านจะรีบทำตาม) ขอแค่อย่าบ่นจุกจิกแค่นั้นเอง

13. ไม่ติดเป็นตังเม อย่าทำเลยนะ เขาจะมีความรู้สึกว่า เราไม่มีกิจกรรมหรือสังคมของเราเองหรือไง ( วะ ) ไม่ต้องงอแงขนาดนั้น ปล่อยๆ ไปบ้าง
สาวๆ อยากรู้ความลับอะไรของกลุ่มผู้ชายมั้ย? เวลาหนุ่มๆ รวมกลุ่มกัน เขายอมรับทุกคนว่าแอบคิดถึงหวานใจตัวเองทั้งนั้นแหละ!! หัดปล่อยเขาไปบ้าง เขาจะได้มีเวลาคิดถึงเรา และตัวสาวๆ เองจะได้มีเวลาทำอะไรที่ตัวเองชอบ เช่น ออกไปช๊อบปิ้งหรือเสริมสวยกับเพื่อนๆ โลกนี้ไม่ได้มีแต่สองเรานะ ท่องไว้

14. ไม่เม้าท์แตก เอาอีกแล้ว... นิสัยช่างเม้าท์ชาวบ้านน่ะ เวลาเขาอยู่ด้วย สาวๆ เก็บอาการนี้ไว้เลย หนุ่มๆ เขาไม่ชอบมานั่งฟังเรากับเพื่อนๆ ของเรา พูดเรื่องพวกนี้หรอก เขาจะรู้สึกไม่ดี
เอาไว้เวลาไปกันเฉพาะกลุ่ม จะเม้าท์ตลาดแตกขนาดไหนค่อยว่ากัน ถ้าอยู่กับเขาคุยเรื่องอื่นๆ ที่เขาพอจะมีส่วนร่วมได้บ้าง เพราะถ้าสาวๆ อยู่ในกลุ่มของเขา แล้วเขาคุยเรื่องที่สาวๆ ไม่เข้าใจบ้าง รู้ใช่ม้า... ว่ามันน่าเบื่อขนาดไหน

15. ไม่ทำตัวเป็นนักสูบเงิน คิดจะคบกันให้นาน เรื่องเงินเรื่องทองน่ะ อย่าเหนียวกันเกินไป ถูกต้องที่สาวๆ ควรจะพิจารณาหนุ่มๆ ที่เราคบนั้นเป็นสุภาพบุรุษขนาดไหน อย่างน้อยไม่ว่าไปที่ไหน เขาควรจะควักเงินจ่ายค่าอาหารหรืออะไรบ้าง ถ้าเขาไม่ทำเลยนี่ สาวๆ เขี่ยเขาทิ้งไปเถอ!! ผู้ชายพรรค์นี้ไม่ไหวนะ บอกไปเลยว่า "ฉันไม่ใช่แม่ยกนะยะ จะได้มาคอยเลี้ยงแกน่ะ" 5 5 5
แต่ถ้าเขาโอเคในระดับหนึ่ง เทคแคร์ ดูแลเรื่องกินอยู่บ้าง สาวๆ ก็อย่าทำตัวเป็นนักสูบให้เขาจ่ายเงินอยุ่คนเดียวล่ะ เราต้องรู้จักอเมริกันแชร์บ้าง หรือขอโอกาศให้เราจ่ายบ้าง เพื่อให้เขาไม่รู้สึกว่าเรามาหลอกกินฟรีซะเรื่อย...

16. ไม่ถามคำถามไร้สาระ สาวๆ ควรเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจ และหนุ่มๆ เขาก็ชอบแบบนั้นด้วยน่ะสิ เพราะฉะนั้น คำถามประเภท ช่วงนี้เราดูอ้วนไปหรือเปล่า หรือแต่งตัวแบบนี้ดีไหม ทำผมแบบไหนดี โอ๊ย!! ไม่ต้องไปถามเค้าหรอก คิดเองดีกว่า
เพราะถ้าเขาคบเรามาในระดับนี้แล้ว แสดงว่าเขาพอใจในสิ่งที่สาวๆ เป็นอยู่แล้วล่ะ อย่าไปกังวลเรื่องจุ๊กจิ๊กแบบนี้เลย

17. ไม่ออกคำสั่ง เป็นหวานใจเขานะจ๊ะ ไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาการ เรื่องคำสั่งต่างๆ พับเก็บเข้าลิ้นชักเลย หนุ่มๆ เขาเป็นประเภท ยิ่งสั่ง ยิ่งห้าม ยิ่งทำ (ไม่รู้มันอีโก้อะไรนักหนา)
อ้าว!! เริ่มจะรู้สึกแบบนี้กันแล้วใช่มะ? ไม่ใช่อะไรสาวๆ เองคงไม่ชอบเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ ถ้าหนุ่มๆ เขามาสั่งห้ามไม่ให้ซื้อเครื่องสำอางค์ รองเท้าที่มีมากกว่าสิบคู่เข้าไปแล้ว สาวๆ ก็ยังจะซื้ออยู่ดีเหมือนกันน่ะแหละ!!
ถ้าความสุขของเขาจะเป็นนิตรสารกีฬา หรืออุปกรณ์แต่งรถ รวมไปถึงของสะสมต่างๆ ปล่อยเขาเถอะ!!! ถ้าเงินที่เขาจับจ่าย ยังเป็นเงินของเขานะ

18. ไม่เก่งไปซะทุกเรื่อง หนุ่มสมัยนี้ขอบผู้หญิงที่เก่งๆ ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเกิดเก่งไปซะทุกเรื่อง จนบางทีเหมือนจะเก่งกว่าเขาอีก นี่คงต้องคิดหนักหน่อยละ ในบางเรื่องควรร้องขอความช่วยเหลือจากเขาบ้าง อย่างเรื่องช่วยถือของ หรือซ่อมอะไรต่างๆ (แม้บางเรื่องเราจะทำเองได้เหมือนกัน) แต่ให้เขาทำเถอะ เพื่อที่เขาจะได้ภูมิใจว่าเขาสามารถปกป้องหรือดูแลผู้หญิงข้างๆ เขาได้ พร้อมกับสร้างความเคยชิน ให้เขาเป็นคนมีน้ำใจกับเราด้วยนะ
ถ้าสาวๆ ไม่เริ่มปลูกฝังเขาตรงนี้ รับรองว่า ต้องได้เจอหนุ่มๆ ประเภทให้สาวๆ ช่วยเหลือตัวเองไปซะหมด จนถึงประเภทต้องช่วยเหลือมันด้วยสิ!!! ถ้าเจอแบบนั้น แนะนำให้กระซิบข้างๆ หูชายหนุ่มคนนั้นแล้วบอกไปเลยว่า "ไปตายซะ" หุ หุ

19. อย่าส่ง Message แบบบ้าคลั่ง การส่งข้อความบอกรัก หรือแสดงความห่วงหาอาทรกัน ดูจะเป็นสิ่งที่สร้างความกระชุ่มกระชวยให้ทั้งสองฝ่ายอยู่หรอกนะ แต่... รู้อะไรมั้ย การที่เราส่งข้อความไปแบบทุกวี่ทุกวันแทบทุกเวลาน่ะ ไม่ได้ทำให้เขาอินเลิฟกับเราได้หรอกนะ แต่จะสร้างความเคยชินให้เขา และเขาก็จะรู้สึกว่าเป็นต่อเราซะเหลือเกิน ทำนองว่า "เราไปไหนไม่รอดแน่แล้ว"
วิธีนี้สาวๆ อาจดิดว่าแล้วทำไมเวลาหนุ่มๆ ส่งให้เราทุกวัน วันไหนเขาไม่ส่งมา กลับรู้สึกโหยหา Message เขาเหลือเกิน นี่ล่ะ ที่เรียกว่าความต่าง เคยอ่านหนังสือที่เขาบอกว่า เวลาผู้ชายทำอะไร ต้องทำทีละอย่าง ไม่สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน เหมือนผู้หญิง นั่นเพราะระบบการสั่งงานของสมองผิดกัน (เป็นวิชาการมาก) แต่ขอบอกว่าเป็นเรื่องจริง
เพราะผู้ชายเขาคอนเฟิร์มมาว่า เวลาเขาทำงานหรือมุ่งมั่นทำกิจกรรมอยู่ เขาจะตัดความคิดถึงหวานใจได้ ซึ่งต่างกับผู้หญิงที่มักจะทำงานไปด้วยและแอบคิดถึงเขาได้ด้วย อย่าแอบส่งข้อความไปแบบไม่เป็นเวล่ำเวลาเลย เกิดหนุ่มๆ เขายุ่งอยู่ จะทำให้รำคาญใจได้ เพราะฉะนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาส่งข้อความหวานๆ มาให้เราอมยิ้มได้ดีกว่านะ

20. อย่าเรื่องเยอะ เริ่มท้อกันรึยังเอ่ย.... ข้อห้ามเยอะเหลือเกิน แต่อดทนปรับตัวเองให้ได้ตามนี้บ้าง จะเป็นประโยชน์กับสาวๆ เอง การจะหาหวานใจที่ดีสักคนไม่ได้หากันง่ายๆ นะสมัยนี้ ด้วยความที่ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงเร็วซะยิ่งกว่าจรวด ทำให้ผู้ชายดีๆ เริ่มขาดแคลนใกล้สูญพันธ์ไปทุกที แหะ!! แหะ!!
ผู้ชายไม่ใช่ผักปลาจะได้หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เพราะฉะนั้นสาวๆ ลดความเรื่องเยอะ เรื่องแยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสับเพเหระอะไรแล้วแต่ โดยเฉพาะเรื่องการกิน สาวๆ หลายคนมีปัญหามากไปเถอะ!!!! ลดดีกรีการกินอยู่ให้เป็นเรื่องง่ายๆ บ้าง ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ดีกว่าเนอะ....

ผลงาน (เรียงตามลำดับปีที่พิมพ์รวมเล่ม) ของ กิ่งฉัตร

1. พ.ศ. 2535 พรพรหมอลเวง
2. พ.ศ. 2536 มายาตวัน
3. พ.ศ. 2537 ละครเล่ห์เสน่หา
4. พ.ศ. 2537 เสราดารัล
5. พ.ศ. 2538 ด้วยแรงอธิษฐาน
6. พ.ศ. 2539 บ้านอัญชัน
7. พ.ศ. 2539 ตามรักคืนใจ
8. พ.ศ. 2539 ดวงใจพิสุทธิ์
9. พ.ศ. 2540 แสงดาวฝั่งทะเล
10. พ.ศ. 2540 เพรงเงา
11. พ.ศ. 2541 บ่วงหงส์
12. พ.ศ. 2541 ดั่งไฟใต้น้ำ
13. พ.ศ. 2541 มนต์จันทรา
14. พ.ศ. 2542 มีเพียงรัก
15. พ.ศ. 2543 รอยพรหม
16. พ.ศ. 2543 ลางลิขิต
17. พ.ศ. 2544 ลำเนาลม
18. พ.ศ. 2544 ลำนำจันทร์
19. พ.ศ. 2545 สืบลับรหัสรัก
20. พ.ศ. 2545 พรายปรารถนา
21. พ.ศ. 2546 รหัสหัวใจ
22. พ.ศ. 2546 ในเรือนใจ
23. พ.ศ. 2547 ฟ้ากระจ่างดาว
24. พ.ศ. 2547 สูตรเสน่หา
25. พ.ศ. 2547 นางบาป
26. พ.ศ. 2548 หิมะกลางทะเลทราย
27. พ.ศ. 2548 แกะรอยรัก
29. พ.ศ. 2549 ค่าของหัวใจ
30. พ.ศ. 2550 สะพานอธิษฐาน
31. พ.ศ. 2550 คลื่นลวง
32. พ.ศ. 2551 สาปพระเพ็ง

ประวัติ กิ่งฉัตร

กิ่งฉัตร เป็นนามปากกา ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ (2511 - ) เป็นบุตรของ พล.ร.อ.วิเชียร และ องุ่น ศาลิคุปต์ จบมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา และจบปริญญาตรี วารสารศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กิ่งฉัตรเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่เรียนมัธยมต้น รักการอ่านและอ่านหนังสือได้แทบทุกประเภท จึงเกิดความรู้สึกอยากจะเขียนหนังสือให้ผู้อื่นอ่าน และมีอารมณ์ร่วมทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปกับตัวละคร อย่างที่ตัวเองเคยรู้สึกเคยสัมผัสบ้าง จึงเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นเวียน ให้เพื่อนฝูงในชั้นอ่านก่อน พอขึ้นปี 2 ในมหาวิทยาลัย ก็เริ่มมีบทความลงในหนังสือพิมพ์บางฉบับ และนิตยสารอีกหลายเล่ม เช่น สตรีสาร แพรวสุดสัปดาห์ ขวัญเรือน กระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายจึงได้เริ่มต้นเขียนนวนิยายเรื่องยาวเรื่องแรก คือ พรพรหมอลเวง โดยอาศัยนิสัยใจคอเพื่อนสนิทมาเป็นตัวเอกของเรื่อง กิ่งฉัตรเริ่มต้นทำงานครั้งแรกที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการปริทรรศน์ ทำอยู่ประมาณ 2 ปีก่อนลาออกมาเขียนหนังสือเป็นอาชีพ
กิ่งฉัตรมีสิ่งที่ยึดในการทำงาน คือ เขียนหนังสือตามใจคนเขียนเป็นหลัก เพราะถือว่าคนเขียนเป็นคนอ่านคนแรก ถ้าอ่านแล้วสนุก คนอ่านส่วนหนึ่งที่มีชอบเรื่องในแนวเดียวกันก็คงสนุกด้วย เขียนในสิ่งที่ชอบที่ถนัด และเขียนด้วยใจรักการทำงาน
กิ่งฉัตรเคยมีนามปากกาในการเขียนเรื่องสั้นว่า "ทองหลางลาย" แต่ พอเขียนเรื่องยาวก็ได้ใช้ "กิ่งฉัตร" มาตลอด นามปากกานี้มาจากชื่อจริงตัวสุดท้าย คือ "ปาริฉัตร" ส่วนกิ่งนี่เธอบอกว่าเหมือนกับกิ่งก้านสาขาที่แยกออกมาจากต้น คือ เวลาเขียนหนังสือจะรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง

80 วิธี ค้นหาแฟนตัวจริง ภาค1

1. พกพาความมั่นใจมาเต็มร้อย ก่อนที่จะไปปิ๊งหนุ่มๆ ทั้งหลาย อย่าดูถูกตัวเองเด็ดขาดว่าเราไม่สวย ต้องคิดไว้ว่าถึงไม่สวยก็มีเสนห์ และความน่ารักอยู่ในตัวทุกคน ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ชอบผู้หญิงที่พบกันครั้งแรกแล้วมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าสาวๆ จะผมสั้น ผมยาว อวบไปหน่อย ผอมไปนิด ไม่ใช่ปัญหา(ขอให้คลำดูไม่มีหางเหอะ เอ๊ย! ม่ายช่าย เดี่ยวนี้หนุ่มๆ เขาใจกว้างขึ้นเยอะอ่ะนะ) ส่วนนิสัยอื่นๆ ค่อยมาปรับหากันทีหลัง รับรองมีลุ้น

2. มองหากลุ่มเป้าหมาย รู้ตัวหรือยังว่าชอบหนุ่มๆ สไตล์ไหน ถ้ารู้แล้ว ไปดูว่าหนุ่มๆ ในแต่ละสไตล์ เขาชอบผู้หญิงแบบไหน และตัวเขามีลักษณะเป็นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันเล้ย....

- หนุ่มศิลปิน หนุ่มๆ แนวนี้ เขาจะเป็นคนที่จิดใจอ่อนไหว และชอบผู้หญิงที่เอาอกเอาใจเป็นพิเศษ เขาจะแต่งตัวตามสบาย ประเภทเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ แต่ยังไง๊ ยังไง ก็ยังคงสวมรองเท้าผ้าใบอยู่ดี
ถ้าสาวๆ คนไหน หลงรักหนุ่มประเภทนี้ ขอแนะนำว่าให้แต่งตัวตามสบายดีกว่านะ เสื้อยืดพอดีตัว กับกางเกงยีนส์ ส่วนรองเท้าก็ผ้าใบเหมือนกัน เพราะเขาคงไม่อยากให้สาวๆ ดูเลิศหรูเหมือนเจ้าหญิงมากมาย ไว้บางโอกาสที่คบกันไปแล้วค่อยเซอร์ไพรส์ ด้วยการแต่งตัวที่ดูสวยหวานบ้างบางโอกาส เขาจะได้รู้สึกว่าช่างเป็นชายหนุ่มที่โชคดีที่มีเราเคียงข้าง

- หนุ่มนักกีฬา หนุ่มๆ ที่ชอบกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ เขาย่อมอยามีหวานใจที่แข็งแรง (แต่ไม่ต้องถึงกับบึกบึนหรอกนะ) สาวๆ ที่ชอบหนุ่มสปอร์ตเมน อาจจะไม่ต้องชอบกีฬาประเภทเดียวกันกับเขาก็ได้ แต่ไห้เก็บรายละเอียดว่าเขามีใครเป็นฮีโร่ในดวงใจ และสาวๆ เองอย่ามัวนอนตีพุงเล่นอยู่ที่บ้านล่ะ ถ้าชอบหนุ่มๆ แนวนี้ สาวๆ ต้องปฎิบัติตัวเอง ลุกไปออกกำลังกายบ้าง เพื่อที่จะได้มีเรื่องคุยกัน
อ้อ!!! ข้อสำคัญ หนุ่มๆ นักกีฬาทานเก่งกันทั้งนั้น เพราะต้องเสียพลังงานในการเล่นกีฬาไปมาก เพราะฉะนั้นสาวๆ โปรดทำใจ ถ้าคิดจะนั่งในตำแหน่งหวานใจ อาจเผลอทานเก่งตามเขาไปด้วย ยังไงก็ดูแลตัวเองให้ดูดีไว้ดวยนะ

- หนุ่มเจ้าสำอาง หนุ่มประเภทนี้จะเอาใจไม่ยาก เพราะเขาจะสรรหาเสื้อผ้าเรื่อยไปจนถึงเครื่องประดับที่อินสุดๆ ประเภทเดินออกมาจากแคทวอร์คนั่นเชียว!!!
ถ้าชอบหนุ่มแนวนี้ สาวๆ ต้องสวยไม่แพ้ความหล่อเขาล่ะ เพราะหนุ่มๆ จะนิยมสาวๆ ที่ดูเซ็กซี่ และดูดีมีรสนิยม ถ้าใครดูเซ็กซ์เสื่อม ขอแนะนำว่าถอยมาก่อนดีกว่า ไว้อัพเดทตัวเองให้ทันเขา แล้วค่อยไปเสนอนห้าให้เขาเห็นอีกที เพราะหนุ่มประเภทนี้มักเลือกมาก

- หนุ่มนักอ่าน สาวใดแอบปิ๊งหนุ่มหนอนหนังสือ ต้องพยายามดูว่าเขาชอบอ่านหนังสือแนวไหน เรื่องสั้น นวนิยาย การ์ตูน สารคดี ประวัติศาสตร์ หรืออะไรอีกหลากหลาย ตรงนี้สาวๆ ต้องทำการบ้านสักหน่อย ด้วยการเป็นสาวนักอ่านบ้าง เพื่อที่จะได้ดูเนียนและกลมกลืนกับหนุ่มๆ ประเภทนี้
เพราะหนุ่มแนวนี้ค่อนข้างขี้อาย และอ่านใจยากกว่าหนุ่มประเภทอื่น เพราะเขามีโลกส่วนตัวสูงมาก ครั้นสาวๆ จะสังเกตจากดวงตา ที่เขาบอกกันว่าเป็นหน้าต่างของหัวใจ ก็ดูท่าจะไม่เวิร์กอีก เพราะสายตาของเขาจับจ้องอยู่แต่ตัวหนังสือนะสิ!!

3. รู้ทันชายไม่เสียเชิงชาย คงพอได้ยินว่าผู้ชายเป็นเพศนักล่าใช่มั้ยล่ะ แน่นอนว่าโลกจะหมุนเปลี่ยนไปขนาดไหน ผู้ชายก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ดี เพราะมันเป็นสิ่งที่ฝังหัวไปซะทุกยุคทุกสมัยไปแล้วล่ะ
ไม่ยากเลย อย่ากระโตกกระตากว่าอยากได้เขามาครอบครองซะเหลือเกิน ทนเก็บอาการกันนิ๊ดนึง เวลาจะตกปลาใหญ่น่ะ ต้องใช้เหยื่อล่อนานหน่อย ใจเย็นๆ รับรองเขาอยู่หมัดแน่ๆ ถ้าทำได้ตามนี้

4. ออกล่าแบบมีกึ๋น อยากจะเจอหนุ่มๆ ตามสเป็คที่วางไว้ ก็ต้องไปที่ที่เขาอยู่กัน เข้าไปอย่างมีแยบยล และให้เขารู้สึกว่า ฉันก็ชอบแนวนี้เหมือนกัน แต่อย่าถึ่เกินนะ อย่างที่บอก หนุ่มๆ เขาเป็นนักล่า เพราะฉะนั้นเวลาไปในสถานที่ต่างๆ ที่มีเขาอยู่ โปรดท่องไว้ว่า ฉันชอบกิจกรรมแบบนี้เหมือนกัน ไม่ได้มาหาหนุ่มซักหน่อย เปล่าจริงๆ นะ...อุ อุ
คราวนี้คงพอนึกออกแล้วใช่มั้ย? การไปในที่ที่เขาชอบอยู่น่ะ เขาจะเห็นเราผ่านมาในสายตา แม้อาจจะยังไม่รู้สึกปิ๊งขึ้นมาแบบเฉียบพลันก็เถอะ

5. ใช้สายตาสื่อรัก ตรงนี้ต้องจำให้ดีเลย เพราะมีหลายคนพลาดเป้าบ่อย เนื่องจากความอายของเราเอง เมื่อสาวๆ เข้าไปอยุ่ในอาณาเขตของเขาได้แล้ว ให้ยิ้มเข้าไว้อย่ามัวทำตัวเป็นนางอาย หนุ่มๆ เขาจะชอบผู้หญิงที่มีมิตรไมตรี เพราะเขาจะไม่กล้าเข้าใกล้ผู้หญิงที่ดูหน้าตาบึ้งตึงหรอก
เมื่อสาวๆ ยิ้ม เขาจะรู้สึกผ่อนคลายและกล้าที่จะเข้ามาคุยด้วยได้ เวลาหนุ่มๆ เขาคุยด้วย ให้มองสบตาเขาอย่างจริงจัง เหมือนว่าเราตั้งใจฟังเขา แต่อย่าจ้องซะจนเขารู้สึกว่าเราจะกินเขาล่ะ!! เวลาสบตากันให้มองแป๊บเดียวแล้วค่อยๆ หลบตาไปทางอื่น แล้วค่อยสบตาใหม่ เชื่อเถอะ!! หนุ่มๆ แพ้มุกนี้จริงๆ

6. เดทแรกมัดใจ ความหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาแล้วล่ะ เมื่อมีการพูดคุยกันบ่อยๆ เขาต้องชวนออกเดทอย่างแน่นอน (นอกจาก "บื้อ" ซะเกินขนาด!!) คราวนี้เหมือนสาวๆ จะเป็นต่อหนุ่มๆ อยู่ แต่ขอโทษเถอะ!! ถ้าคิดแบบนี้ผิดถนัด สาวๆ ต้องใจแข็งเข้าไว้
เวลาออกเดทกับหนุ่มๆ ครั้งแรก ให้เป็นการเดทที่สั้นที่สุด อย่าตามใจเขาเด็ดขาด ไม่ใช่เขาพาไปดึกดื่นถึงไหนถึงกัน "ยอม" ลูกเดียว (ไม่ต้องกลัวเขาหลุดมือไปซะขนาดน้าน...หรอกน่ะ)
เพราะนั่นจะเป็นเดทครั้งแรกและครั้งเดียว เพราะเขาจะรู้สึกว่าเราไม่มีอะไรให้เขาค้นหาอีกแล้ว

7. หอมฟุ้งตรึงอารมณ์ ถึงจะเริ่มเข้าใกล้เขาได้มากในระดับหนึ่งแล้วสาวๆ อย่าเพิ่งกลับมาใช้นิสัยเดิมๆ ประเภทไม่ชอบอาบน้ำไม่ได้เลยนะ เราต้องสร้างภาพต่อไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน เขาจะรู้สึกถึงกลิ่นหอมผมและกลิ่นกายที่หอมอ่อนๆ พอ ขอย้ำว่า อ่อน อ่อน พอ อย่าประโคมใส่น้ำหอมมากเกิน จนกลายเป็นฉุนแทน ไม่เอา ไม่เอา

8. แต่งหน้าให้น่าจุ๊บ หนุ่มๆ ไม่ว่าแนวไหน มักจะชอบผู้หญิงแต่งหน้าอ่อนๆ เพราะเขาคงไม่อยากจ้องใบหน้าที่สาวๆ ฉาบมา มันดูไม่เป็นธรรมชาติ แถมดูแก่กว่าวัยซะอีกนะ
ยิ่งเวลาอากาศร้อนๆ เหงื่อสาวๆ ออก เขาอาจนึกว่าเราเป็นแม่ค้าขายสังขยาซะงั้น? เพราะความที่หน้ามันเยิ้ม แถมด้วยโปรโมชั่นเสริม คราบแป้งสีตุ่นๆ ชอบกล ยี้...

9. อย่าแสดงออกจนออกนอกหน้า ข้อนี้ตกม้าตายกันมาเยอะเลย เพราะสาวๆ มักคิดว่าการที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในชีวิตเขา เขายอมรับเราแล้ว ต้องแสดงออกสุดๆ ไม่ใช่นะ ห้ามเด็ดขาด อาการคลอเคลียเขา หรือแสดงออกว่ารักมากมาย จะทำให้เขาคิดว่าสาวๆ want เขามาก (ถึงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็เถอะน่ะ ยั้งๆ ซะหน่อย ถึงจะทรมานใจไปบ้าง ก็คุ้มนะ)
กรุณาสำรวมความอยากไว้บ้าง ถ้าคิดจะปราบม้าพยศจะต้องนิ่งไว้ แสดงออกทางสายตาและคำพูดแทนดีกว่า เป็นความห่วงใยเล็กๆ พอประมาณ

10. ไม่หึงและหวง โอ๊ย!! ใครจะห้ามใจไหว ถ้าเราเกิดอาการรักฟีเวอร์ขนาดนั้น ใช่ม้า... แต่อดทนหน่อยเหอะ เพราะหนุ่มๆ เขาจะหัวเสียมาก ถ้าเราจะคอยทำถลึงตาหรือประชดประชันเขา เวลาที่เขาพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งอาจเป็นเพื่อนของเขาจริงๆ
ตรงนี้ต้องใจเย็นๆ อย่าโวยวายเด็ดขาด เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสซะ การจะพูดแดกดันเขาไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเลย ถ้าอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ให้พูดแบบยิ้มๆ (ทั้งที่อกแทบจะระเบิด) ถามเขาแค่ว่า "เพื่อนเหรอค่ะ ไม่เคยเจอเลย เมื่อกี๊ไม่ได้แนะนำตัวกับเขาจะสียมารยาทหรือเปล่า" แค่นี้พอ แล้วเขาจะสาธยายให้สาวๆ ฟังเองแหละ

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

เสราดารัล:บันทึกการเดินทางสู่...เสราดารัล

ประมาณปลายปี ๒๕๓๔ ดิฉันได้รับเอกสารเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้านของไทย (รัฐฉานแลปัญหายาเสพติดของอาจารย์ ดร.จำลอง ทองดี) เพื่อใช้ประกอบข่าวเรื่องยาเสพติดที่กำลังหาข้อมูลอยู่ เมื่ออ่านเอกสารฉบับนี้จบ ดิฉันเกิดความประทับใจในข้อมูลมาก จึงได้วางโครงการเรื่อง “เสราดารัล” ขึ้นในปีนั้น และเริ่มสะสมข้อมูลลงมือเขียนในปีถัดมา
เนื้อหาที่ชอบใจนอกจากเรื่องการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชนกลุ่มน้อยแล้ว ยังมีเรื่องของ ขุ่นส่า (จาง ซีฟู) opium lord ซึ่งในเอกสารอ้างว่า ขุนส่าเคยถูกรัฐบาลพม่าจับกุมได้ครั้งหนึ่งใน พ.ศ. ๒๕๑๒ ตามแรงบีบของสหรัฐอเมริกา ในขณะนั้นลูกน้องขุนส่าที่เป็นพลพรรค SUN (The Shan United Army) จึงได้ทำการลักพาตัวนายแพทย์ชาวรัสเซียที่เดินทางมาช่วยงานด้านสาธารณสุขในพม่า ๒ จาก ๑๐๐ คน มาเป็นตัวประกันเพื่อการแลเปลี่ยนกับอิสรภาพของขุนส่า
ในขั้นแรกรัฐบาลพม่าไม่ยินยอมทำตามข้อเสนอ หากนายแพทย์ชาวรัสเซียที่เหลือได้ร่วมกันลงนามยื่นร้องต่อรัฐบาลพม่าให้ดำเนินการแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดยขู่ว่าถ้ารัฐบาลพม่ายังเพิกเฉย พวกตนจะเดินทางกลับประเทศและตัดความช่วยเหลือทุกอย่างที่เคยมีมา ในที่สุดขุนส่าจึงได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
เมื่อขุนส่ากลับไปอยู่ร่วมกับผู้คนของเขา เขาได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้นำชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือของประเทศพม่า จัดตั้งรัฐสภาปฏิวัติแห่งรัฐฉาน (Thailand Shan State Revolutionary Council หรือ TRC) ขึ้นเพื่อเรียกร้องอิสรภาพจากพม่า การสู้รบเพื่อแผ่นดินและความเป็นไทของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ยังดำเนินอยู่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ดิฉันเป็นคนชอบเรื่องพาฝัน จึงได้นำข้อมูลนี้มาดัดแปลงเสริมแต่งเป็นเรื่องสมมติแนวโรแมนติคเสีย ยึดหลักความพอใจของตัวเองเป็นใหญ่ “นาคิม” จึงยืนอยู่ระหว่าง “ตำแหน่ง” ผู้นำการกู้ชาติและมี “หน้าที่” สำคัญที่จะต้องหาหนทางช่วยเหลือ “ว่าที่เจ้ามหาชีวิตแห่งขลา” ออกจากคุกของประเทศสิคาล
แม้ชื่อของนาคิมจะอยู่ในแฟ้มดำของดีอีเอ (หน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกา) แต่เขายืนยันหนักแน่นว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้นการจะแต่งตั้งให้เป็น opium อะไรสักอย่างคงไม่เหมาะ ดิฉันจึงเลือกการสู้รบแบบกองโจรขึ้นมาเป็นสมญาของ “อภูติแห่งราตรี” แทน และจากนายแพทย์ชาวรัสเซียสองคนกลายมาเป็น พันไมล์ นักเรียนแพทย์สาวปีสุดท้ายจากเมืองไทย เพื่อให้เรื่องราวมีรสชาติและสีสันขึ้น
ขลาและสิคาลเป็นประเทศสมมติ ฉากในเรื่องแต่งเติมมาจากภาพถ่าย “ค่าย” กลางหุบเขา วิถีชีวิตบางแง่มุมยืมและปรับปรุงจากชีวิตชาวทิเบต ข้อมูลส่วนใหญ่ในเรื่องอิงและดัดแปลงมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนร่วมโลกของเรา แม้แต่ฉากสุดท้ายของ “เปญอัคนิน” ดิฉันก็เคยได้เห็นภาพถ่ายมาแล้วจากนิตยสาร TIME ผิดเสียแต่ว่าเปลี่ยนจากต้นสนเป็นเสาไฟฟ้าที่เรียงขนานสองข้างทางรถไฟเท่านั้น
เสราคือดอกกุหลาบ ดารัลดั่งดวงดาว สุดท้ายนี้ดิฉันขอฝาก
เสราดารัล…..การเต้นรำในคืนดวงดาวเต็มฟากฟ้าไว้ให้ครื้นเครงชื่นบานในใจท่านผู้อ่านด้วยค่ะ
กิ่งฉัตร

จากปกหลัง



การที่ได้รู้ว่า ต่างฝ่ายต่างมิได้หลงละเมอเพ้อพก
อยู่เพียงคนเดียว สร้างความเชื่อมั่น อบอุ่น และปลื้มเปรม
ให้แก่คนสองคนมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
มากจนสามารถผลักดันให้ทั้งหล่อนแลเขาต่างทำในสิ่งที่ไม่คิด
ไม่กล้าทำมาก่อน เพื่อใช้เป็นแรงผลักดันในยามที่ชีวิตและหัวใจ
ต้องจมปลักอยู่กับความหวังแห่งการรอคอย
และอนาคตที่ดูเหมือนยังมองไม่เห็นทาง